นางก่องกาญจน์ ทักษ์หิรัญฤทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม (สำนัก 10) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นประธานในงานเปิดตัว RSN10 (Road Safety Newsroom) สำนักข่าวออนไลน์เฉพาะทางด้านความปลอดภัยทางถนน ที่สำนักงาน สสส. เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569
นางก่องกาญจน์ กล่าวว่า สสส. มีภารกิจสร้างเสริมสุขภาพและลดปัจจัยเสี่ยงของประชาชน โดยสำนัก 10 รับผิดชอบด้านความปลอดภัยทางถนนและการลดปัญหาการพนัน มุ่งพัฒนาองค์ความรู้ ขับเคลื่อนนโยบาย และร่วมมือกับเครือข่ายในพื้นที่ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สสส. ร่วมมือกับภาคีหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐ นักวิชาการ บุคลากรสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคม อาทิ สอจร. มูลนิธิเมาไม่ขับ

ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) มูลนิธิไทยโรดส์ ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย สถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด กรมควบคุมโรค มูลนิธิสถาบันการเดินและการจักรยานไทย รวมถึงเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศ ในด้านความปลอดภัยทางถนน ความร่วมมือดังกล่าวก่อให้เกิดงานวิจัย ข้อมูล และบทเรียนในการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ ซึ่งสามารถนำไปขยายผลได้ โดยมีสื่อมวลชนช่วยเผยแพร่ข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ภาคีเครือข่ายก็ได้พัฒนาช่องทางการสื่อสารของตนเองเพิ่มขึ้น
นางก่องกาญจน์กล่าวอีกว่า เมื่อพฤติกรรมการรับข่าวสารเปลี่ยนไปสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ สสส. จึงเพิ่มพื้นที่สื่อสารเฉพาะทาง เพื่อให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนเข้าถึงประชาชนได้ง่ายขึ้น ผ่านข่าว บทความ คลิปวิดีโอ และสื่อดิจิทัล การสนับสนุน RSN10 ช่วยเพิ่มพื้นที่สื่อสารที่เน้นการอธิบายความเสี่ยง แนวทางป้องกันอุบัติเหตุ การติดตามนโยบาย และการถ่ายทอดกรณีศึกษาทั้งในและต่างประเทศ

โดย สสส. สนับสนุนทุนแก่ RSN10 ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยความเชี่ยวชาญด้านสื่อออนไลน์ของทีมงานและการดึงภาคีเครือข่ายมาเป็นแหล่งข้อมูล พร้อมเปิดโอกาสให้นักข่าวและผู้สร้างสรรค์เนื้อหารุ่นใหม่เข้ามาร่วมงาน โดยมีอาจารย์ศรีตรัง สารวัตร เป็นผู้อำนวยการสำนักข่าว มีคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานกัน เพื่อสร้างสรรค์ให้มีความน่าสนใจมากขึ้น
“สำนัก 10 คาดหวังให้ RSN10 เป็นสื่อที่ช่วยให้ประชาชนนำความรู้ไปใช้ได้จริง ทั้งการประเมินความเสี่ยง การป้องกันอันตราย และการดูแลความปลอดภัยของตนเองและผู้ใกล้ชิด ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำข้อมูลไปพัฒนาการทำงานได้ สิ่งสำคัญคือการสร้างความเข้าใจว่า ความปลอดภัยทางถนนไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ขับขี่เท่านั้น

แต่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ถนนทุกกลุ่ม สภาพแวดล้อม ยานพาหนะ และระบบบริหารจัดการ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อบรรลุเป้าหมายระดับโลกในการลดจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางถนนลงอย่างน้อยร้อยละ 50 ภายในปี 2573” นางก่องกาญจน์กล่าว
นางศรีตรัง สารวัตร ผู้อำนวยการสำนักข่าว กล่าวว่า RSN10 เริ่มจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ในชื่อ RSN10 ส่วน TikTok จะใช้ชื่อ “ถนนหนทาง” เพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงง่าย ซึ่งก็ได้รับความสนใจในการเข้าชมจำนวนมาก ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากตำรวจและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง การเลือกทำข่าวจะใช้อัลกอริทึม เมต้าดาต้า ความเชี่ยวชาญของทีมข่าว

รวมทั้งภาคีเครือข่ายของ สสส. เพื่อสร้างชุมชนความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งก็ได้รับข่าวสารต่างๆ มาจากแฟนเพจทั้งในและต่างประเทศ คัดเอาประเด็นที่มีประโยชน์มาขยายทำต่อได้ นอกจากนั้นอยากให้คนไทยมาเป็นนักข่าวรุ่นใหม่ แต่ต้องมีจริยธรรมสื่อ โดยมีแผนจะเข้าถึงนักเรียน นักศึกษา ประชาชนที่สนใจ ในอนาคต
ศ.ดร.กัณวีร์ กนิษฐ์พงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย บรรยายพิเศษในหัวข้อ จากความรู้สู่ข่าวเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน ประสิทธิผลของการฝึกอบรมการคาดการณ์อุบัติเหตุ ว่า ปี 2568 มีผู้เสียชีวิตเกือบ 12,000 ราย ส่วนใหญ่มาจากอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บกว่า 1 ล้านคน ซึ่งปัจจัยมาจากการรับรู้ผิดพลาด 49.65 เปอร์เซ็นต์ การตัดสินใจผิดพลาด 32.44 เปอร์เซ็นต์ การควบคุมรถผิดพลาด 11.12 เปอร์เซ็นต์ และความเข้าใจผิดพลาด 4.45 เปอร์เซ็นต์

ศ.ดร.กัณวีร์ กล่าวอีกว่า เยาวชนอายุ 15-24 ปี เป็นกลุ่มที่ต้องให้ความสำคัญมากที่สุด เพราะมีปัญหาในเรื่องความผิดพลาดของผู้ขับขี่มากที่สุด ซึ่งส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุ มาจากการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมากกว่าผู้ใหญ่ค่อนข้างมาก ไม่สวมหมวกกันน็อก ตกแต่งหรือถอดชิ้นส่วนรถ รวมทั้งการที่ไม่เคยได้เรียนรู้การขี่รถจักรยานยนต์ที่ถูกต้อง ส่วนใหญ่มาจากการเรียนรู้ด้วยตัวเอง จึงเป็นที่มาของโครงการการฝึกอบรมการคาดการณ์อุบัติเหตุ ซึ่งมีกฎหลัก 3 ข้อ
1.รักษาระยะห่างที่ปลอดภัย 2.การสังเกตสภาพแวดล้อมและคาดการณ์อันตรายที่อาจเกิดขึ้น 3.การตอบสนองเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ โดยได้มีการอบรมเยาวชนในโรงเรียนจากผู้เชี่ยวชาญ เป็นเวลาครึ่งวัน และการฝึกอบรมการจำลองการขับขี่ และได้มีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการอบรมเยาวชนเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์ เพราะเป็นการสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีวินัยในการขับขี่มากขึ้น ส่วนไรเดอร์ก็จะมีการอบรมด้วย แต่ต้องมีการหารือร่วมกับผู้ประกอบการว่าจะทำในรูปแบบไหนได้บ้าง

นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร ผู้จัดการแผนงาน สอจร. กล่าวว่า ประเทศไทยมีเรื่องราวดีๆ ในการแก้ปัญหาจากระดับท้องถิ่นหรือชุมชนมาโดยตลอด เมื่อเรื่องปัญหาต่างๆ เกิดเป็นไวรัลทำให้มีการร่วมแรงร่วมใจกันแก้ปัญหา และลดจำนวนผู้เสียชีวิตลงไปได้มาก ดังนั้นการมีช่องทางอย่าง RSN10 ในการขยายผลเพื่อสร้างความสนใจได้ จะช่วยให้สังคมตระหนักมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยทางถนน ไม่สามารถหย่อนยานได้ ถ้าต้องการให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นน้อยลง.